ความปลอดภัยของอาหาร
Camplyobacter banner image
webLoaded = "false"

เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter)

  • เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) เป็นเชื้อก่อโรคที่อยู่ในระบบทางเดินอาหารของสัตว์ที่มนุษย์บริโภค ได้แก่ ไก่ ไก่งวง สุกร วัว และแกะ ซากสัตว์ปีกที่ติดเชื้อตัวหนึ่งจะสามารถแพร่เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์จำนวนตั้งแต่ 100 ถึง 100,000 เซลล์ไปยังที่ต่างๆ การได้รับเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์เพียง 500 เซลล์ สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อ ผู้บริโภคจึงมีความเสี่ยงสูง

    เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) ที่เป็นที่รู้จักในขณะนี้ มี 17 สายพันธุ์ และมีอย่างน้อย 12 สายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุของความเจ็บป่วยของมนุษย์ สายพันธุ์ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ  เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ เจจูไน (Campylobacter jejuni) ซึ่งเป็นแบคทีเรียแกรมลบ รูปร่างท่อน ไม่สร้างสปอร์ ทราบกันดีว่าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคที่เกิดจากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนแบคทีเรีย สายพันธุ์ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์(Campylobacter) เกิดจาก เจจูไน

     (C.jejuni) ซึ่งเป็นแบคทีเรียแกรมลบ รูปร่างท่อน ไม่สร้างสปอร์ ทราบกันดีว่าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคที่เกิดจากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนแบคทีเรียเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ เจจูไน (C. jejuni) และเชื้อสายพันธุ์อื่นที่อยู่ในตระกูลของเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์จะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศหรือความเข้มข้นของออกซิเจนเพียง 3 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น เชื้อเหล่านั้นจึงค่อนข้างอ่อนแอในสภาพแวดล้อมปกติและยากที่จะเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ

    แหล่งอาหารที่มักพบการปนเปื้อนเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ เจจูไน (C. jejuni) คือผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกที่ปรุงไม่สุกหรือกระบวนการผลิตไม่เหมาะสม น้ำนมดิบ ชีสที่ทำจากนมที่ไม่ได้พาสเจอไรซ์ และน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ สิ่งที่เรามองข้ามคือ เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ เจจูไน (C. jejuni) มีโอกาสพบได้จากหลายแหล่ง ตั้งแต่ผัก อาหารทะเล ไปจนถึงแหล่งน้ำตามธรรมชาติ

    เชื้อสายพันธุ์แคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความเจ็บป่วยจากการบริโภคอาหารที่มีปนเปื้อนเชื้อในประเทศของสหรัฐอเมริกา โดยพบผู้ป่วยเกือบ 1.3 ล้านรายในแต่ละปีตามข้อมูลของศูนย์การป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) จากรายงานผู้ป่วยที่ติดเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ คาดว่ามีผู้ป่วยอีกจำนวน 30 ราย ที่ไม่ได้รับรายงาน

    โดยรวมหน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกา (CDC) เชื่อว่ามีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ประมาณ 76 รายต่อปีในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ อีกหนึ่งสาเหตุของการเสียชีวิต คือเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ เจจูไน ยังทำให้เกิดความผิดปกติของภูมิต้านทานตนเอง โดยนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแอนติเจนที่อยู่ในเชื้อก่อโรคนี้มีลักษณะคล้ายกับแอนติเจนที่อยู่ในเนื้อเยื่อประสาทของมนุษย์เป็นตัวการหลักทำให้เกิดปฏิกิริยาได้ เด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี (โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่ำกว่า 1 ปี) และวัยหนุ่มสาวช่วงอายุ 15 ถึง 29 ปี เป็นแหล่งอาศัยของ เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ เจจูไน (C.jejuni) ที่พบได้มากที่สุด เชื้อก่อโรคนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อสตรีมีครรภ์ ไม่เพียงแค่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยแต่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อของทารกในครรภ์ ซึ่งบางครั้งรุนแรงทำให้เกิดการแท้งบุตรได้


webLoaded = "false"

การแพร่ระบาดของโรค วิธีการตรวจสอบ

  • เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) เป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดโรคอาหารเป็นพิษที่ร้ายแรงในปัจจุบัน บ่อยครั้งที่การแพร่ระบาดนั้นเกิดจากการบริโภคนมที่ไม่ได้พาสเจอไรซ์ แต่ก็ยังมีสาเหตุและอันตรายของเชื้อชนิดนี้ ตัวอย่างเช่น น้ำที่ปนเปื้อนในประเทศนิวซีแลนด์ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์มากกว่า 4,100 ราย ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งราย การเกิดโรคระบาดในประเทศสหรัฐอเมริกา มีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับการซื้อลูกสุนัข แสดงให้เห็นว่า เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ เจจูไน (C.jejuni) แข็งแรงทนทานเพียงใด เกือบ 100 คน จาก 17 รัฐได้รับผลกระทบ หนึ่งในสี่ส่วนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยแพทย์ตรวจพบว่า  เชื้อแคมไพโรแบคเตอร์ เจจูไน (C.jejuni)  ที่ตรวจพบดื้อต่อยาปฏิชีวนะ

    กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา หน่วยบริการด้านความปลอดภัยและตรวจสอบคุณภาพอาหาร (FSIS) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลตรวจสอบการควบคุมกระบวนการในการจัดการและการตรวจสอบด้านจุลชีววิทยาของสัตว์ปีกและไข่ (ตลอดจนเนื้อสัตว์) เป็นองค์กรที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลกในการควบคุมเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) ที่สำคัญ FSIS ได้ปรับปรุงโปรแกรมการทดสอบสำหรับ เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) และ เชื้อซาลโมเนลล่า (Salmonella) ในปี 2016 และหวังว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเจ็บป่วยได้ 50,000 ครั้งต่อปี ตั้งแต่มีการประกาศนั้น ระบบการกำกับดูแลในระดับสากลต่างๆ ได้ร่วมกันวางกรอบการทำงานที่เป็นไปทิศทางเดียวกัน

    ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ผู้ผลิตอาหารต้องการวิธีการทดสอบที่มีความไวเฉพาะเจาะจง ใช้ง่าย และมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าวิธีการวิเคราะห์และการทดสอบจะได้รับการพัฒนาขึ้นสำหรับอาหารหลากหลายชนิดที่มีประวัติการปนเปื้อนของเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) วิธีที่ใช้การเพาะเชื้อแบบดั้งเดิม (เช่น อาหารเลี้ยงเชื้อ เป็นต้น) มักจะใช้เวลา 4 ถึง 6 วันจึงจะรายงานผลได้ และยากที่จะสามารถมั่นใจในผลการทดสอบ เนื่องจากตัวอย่างในความเป็นจริง โดยเฉพาะตัวอย่างจากอุตสาหกรรมสัตว์ปีกอาจมีจุลินทรีย์ที่มีปริมาณมากและหลากหลาย

    เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้ผลิตอาหารจึงหันไปใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ในการทดสอบเชื้อก่อโรคระดับโมเลกุล (ดีเอ็นเอ หรือ อาร์เอ็นเอ) ในการเพิ่มจำนวนและตรวจหายีนเป้าหมาย เช่น เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ที่อาจจะปนเปื้อนอยู่ในตัวอย่าง จะสามารถตรวจสอบถึงการมีอยู่และอุบัติการณ์เชื้อได้ ชุดทดสอบเชื้อก่อโรคระดับโมเลกุล 2 ของ 3M™ –เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ (3M™ Molecular Detection Assay 2 –Campylobacter) เป็นชุดทดสอบที่ใช้กับ  เครื่องทดสอบเชื้อก่อโรคระดับโมเลกุล 3M™ (3M™ Molecular Detection System) ช่วยตอบสนองความต้องการโดยจะสามารถรู้ผลการทดสอบได้รวดเร็วขึ้น ขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก และเป็นการประสิทธิภาพการวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาของผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก


ไซต์อื่น ๆ ของ 3เอ็ม:
ร้านค้า 3เอ็ม
ติดตามเรา
เปลี่ยนประเทศ
ประเทศไทย - ไทย